ชีวิตนิสิตปริญญาโท(ในแบบของฉัน) ตอนที่ 3 จะทำ THESIS หรือ IS ดีนะ ???

ตอนที่ 3 จะทำ THESIS หรือ IS ดีนะ ???

 

เดินทางมาถึงตอนที่ 3 แล้วด้วยความรวดเร็ว 555 ช่วงนี้กำลังขยันต้องรีบๆเขียนเพราะเวลาขี้เกียจก็คงหายไปนาน 555 ก็หวังว่าจะขยันจนเขียนจบนะ อิอิ แต่บอกไว้ก่อนว่าทุกครั้งเราเขียนสด นึกอะไรออกก็เขียน ดังนั้นอาจมีตกหล่นหรือไม่ต่อเนื่องบ้างก็ขออภัยนะจ๊ะ อิอิ

 

มาเข้าเรื่องกันสักที วันนี้จะมาเขียนเรื่องว่าจะเลือกเรียนแบบทำ THESIS หรือ IS ดี ที่ต้องเขียนไว้ก็เพราะว่าเดี๋ยวนี้บางมหาวิทยาลัยเค้ามีหลักสูตรให้เลือกได้ว่าจะทำอะไร บางทีต้องเลือกตั้งแต่เขียนใบสมัคร บางที่เข้าไปเรียนก่อนแล้วค่อยเลือกได้ บางที่ก็ไม่มีให้เลือก 555 ที่ไหนเป็นอย่างไรบ้างเราจะพูดเราที่เราพอรู้คือที่ 1.ธรรมศาสตร์ และ 2.จุฬาฯ

 

1.ที่ธรรมศาสตร์เนี่ยเท่าที่รู้จะมีแผน ก. และแผน ข. ให้เลือก ก็คือจะเลือกทำเป็น THESIS หรือ IS นั้นเอง ส่วนเข้าไปแล้วถึงเลือกหรือเลือกตั้งแต่แรกอันนี้เราไม่ทราบนะคะ ต้องลองดูข้อมูลในใบสมัครดูซึ่งน่าจะมีบอกอยู่แล้วแหละ

 

2.ที่จุฬาฯ ที่นี้จะมีการเรียนการสอนในชั้นนิติศาสตร์มหาบัณฑิตอยู่ 3 หลักสูตร (หลักสูตรที่ไม่ได้เป็น นม. ขอไม่เอามาพูดถึงนะคะ) คือ 1.หลักสูตรกฎหมายธุรกิจที่มีการเรียนการสอนเป็ฯภาษาอังกฤษ พวกเราจะเรียกหลักสูตรนี้ว่า LL.M ใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ปีค่ะ หลักสูตรนี้ทำเป็น IS (ไม่แน่ใจว่ามีให้เลือกเป็ฯ THESIS หรือเปล่าใครรู้ก็บอกหน่อยนะคะ) 2.หลักสูตร นม. หรือที่บางทีพวกเราก็เรียกกันเองว่าหลักสูตรปกติ 5555 (พวกเรานี้อาจหมายถึงดิฉันคนเดียวก็ได้นะ กร๊ากๆ) หลักสูตรนี้ไม่มีให้เลือกค่ะต้องทำเป็ฯ THESIS อย่างเดียว และ 3.หลักสูตรภาษีและการคลังหลักสูตรนี้เลือกได้ว่าจะทำเป็น THESIS หรือ IS แต่ต้องเลือกตั้งแต่ตอนกรอกใบสมัครแล้วนะ

 

ทีนี้มาเข้าหัวข้อของเรา(สักที)กันดีกว่า หักเข้าเรื่องง่ายๆแบบนี้แหละ 555 การตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนแบบทำ THESIS หรือ IS ดีนั้น เราขอให้คำแนะนำแบบเดียวกับที่เราคุยกับเพื่อนเลยนะ และขอรับรองว่าคำแนะนำนี้เป็นคำแนะนำของคนที่ผ่านการเรียนมาแบบทำ THESIS และเคยช่วยบุคคลอื่นทำ IS มาบ้างแล้ว

 

ส่วนตัวเรามองไม่เห็นความแตกต่างอะไรมากมายระหว่างสองสิ่ง นอกจากสิ่งที่เห็ฯได้ชัดที่สุดคือกรรมการที่ใช้สอบ THESIS นั้นต้องมี 1.ที่ปรึกษา 2.กรรมการภายนอก 3.ประธาน 4.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (จะกี่คนก็ได้หรือไม่มีก็ได้แต่ส่วนใหญ่ก็มีกันนะคะ) สำหรับ IS จะมี 1.ที่ปรึกษา 2.ประธาน (หรือกรรมการเราไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไรแต่ก็มีประมาณสองคนนี้แหละ)

 

นี่คือสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดสำหรับความแตกต่างทั้งสองสิ่ง คำถามคือจำนวนกรรมการมีผลอะไร ??? คิดง่ายๆนะคะว่าระหว่างการที่ต้องทำงานให้คน 4 คนเห็นด้วยและคล้อยตามเรา พร้อมทั้งเราสามารถตอบคำถามจนคน 4 คนซึ่งมีความรู้เยอะกว่าเรามากๆไม่มีข้อสงสัย กับการทำให้คน 2 คนเห็นด้วยและตอบคำถามคนทั้งสองซึ่งมีความรู้มากกว่าเราเยอะมากๆเช่นกันเนี่ยอะไรจะง่ายกว่ากัน ??? ตรงนี้คิดหาคำตอบเอาเองนะเราไม่เฉลยหรอก 5555

 

ประเด็นต่อมาในส่วนของเนื้อหา หลายคนมักจะบอกว่า THESIS ยากกว่าเนื้อหาลึกกว่า IS จริงๆเราก็มองตรงนี้ไม่ค่อยออกเท่าไหร่ว่าจะต่างกันตรงไหนนะ แต่ถ้าลองได้อ่านงานเหล่านี้เยอะๆก็อาจจะพอมองออกได้บ้างว่า THESIS ต้องมีการพิสูจน์สมมุติฐานได้อย่างชัดเจนและได้คำตอบพร้อมข้อมูลสนับสนุนที่เห็นได้ชัดเจนจนปราศจากหรืออาจจะเกือบปราศจากข้อสงสัยใดๆ ส่วน IS นั้นภาระในการพิสูจน์ของผู้ทำไม่จำเป็นต้องลงลึกขนาด THESIS (แต่จะทำก็ได้ไม่มีใครว่าหรอก อิอิ) แต่ก็ต้องมีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดและเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแหละ จะเปรียบเทียบง่ายๆก็คงเหมือนการขับรถเกียร์ธรรมดากับเกียร์ออโต้มั้ง 555 เป็นไงพอจะนึกภาพออกแล้วใช่ไหมคะ อิอิ

 

แล้วจะเลือกเรียนแบบไหนดีล่ะ ??? ก็ต้องย้อนกลับไปที่คำถามเดิมเริ่มแรกอีกนั้นแหละว่าจะเรียนไปทำอะไร ถ้าคำตอบว่าเรียนเพื่อสอบเราก็แนะนำว่าเรียน IS ก็ดีนะ รีบเรียนรีบจบเอาเวลาไปเตรียมตัวอ่านหนังสือดีกว่า หรือแม้ไม่ได้เรียนเพื่อสอบแต่อยากเรียนจบเร็วขึ้น (นิดนึง 55) IS ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ

 

แต่ถ้าถามความเห็นเราเอาแบบจริงใจเลยนะ (55) เราขอแนะนำให้ทำ THESIS เหอะ มันไม่ได้ยากไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก แล้วถ้าคิดว่าอาจจะเรียนต่อในอนาคตเรียนทำ THESIS ก็ดีกว่าแน่นอน แล้วไม่รู้สิการเรียนโทมันต้องได้ลองทำ THESIS อ่ะ มันต้องได้รับรู้ถึงความทุกข์ระทมขมขื่น อัปยศอดสู 555 ไม่ใช่ล่ะ  คือมันจะได้รับรู้ถึงการเป็น Master of Laws อย่างแท้จริง คือการได้เรียนรู้ระบบวิธีวิจัยที่เป็นขั้นตอนซึ่งเราคิดว่าการเรียนโทสิ่งสำคัญและเป็ฯประโยชน์ที่สุดที่ได้มาคือตรงนี้แหละ วิชาที่เรียนเรียนทั้งชีวิตเราก็ไม่มีทางเรียนรู้ได้จนหมดโลกหรอกแต่ระเบียบวิธีวิจัยที่ได้จากการทำ THESIS จะช่วยเป็ฯเครื่องมือให้เราในการที่จะไปต่อยอดความรู้ด้วยตัวเราเองต่อไป ฟังดูเว่อนะแต่มันจริงนะ อิอิ

 

แต่สุดท้ายมันก็แล้วแต่ความชอบและความเหมาะสมของแต่ล่ะคนแล้วแหละว่าอะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าเหมาะสมกับคุณที่สุด จะ IS จะ THESIS มันก็ไม่ได้ทำให้ศักดิ์และศรีของการเป็นมหาบัณฑิตต่างกันหรอก ^^

 

ต่อไปเขียนถึงอะไรดี ??? เรื่องการสอบเข้าดีไหม ???  อิอิ

One thought on “ชีวิตนิสิตปริญญาโท(ในแบบของฉัน) ตอนที่ 3 จะทำ THESIS หรือ IS ดีนะ ???

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s