ชีวิตนิสิตปริญญาโท(ในแบบของฉัน) ตอนที่ 4 : อยากเขาไปเรียนเตรียมตัวอย่างไรดี ???

ตอนที่ 4 : อยากเข้าไปเรียนเตรียมตัวอย่างไรดี ???

 

วันนี้เรามาต่อกันด้วยบทที่ 4 เรื่องการเตรียมตัวสอบเข้ากันนะคะ คิดว่าตอนนี้น่าจะเป็นตอนที่หลายๆคนที่อยากสอบเข้ามาเรียนต่ออยากรู้มากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยเนอะ แต่มาอ่านที่ดิฉันเขียนก็อย่าคาดหวังว่าจะเป็นแนวติวข้อสอบเน้นวิชาการความรู้แน่นปึกนะคะ ถ้าหวังจะเจอแบบนั้นแนะนำให้ปิดหน้านี้แล้วไปเสิชหาในกูเกิลเลยค่ะ ดิฉันไม่มีให้แน่นอน 5555 แต่จะขอแนะนำกว้างๆเหมือนแบบที่เคยแนะนำคนอื่นและเป็นวิธีที่เราใช้จริงตอนจะสอบเข้าเนอะ อิอิ อ่อ…ก่อนที่จะเข้าเรื่องก็เน้นย้ำอีกนิดว่าเราเรียนจบโทจากนิติศาสตร์ จุฬาฯ นะคะ แล้วเราเรียนหลักสูตรนม. (หลักสูตรปกติในความคิดของดิฉันนั้นแหละ 555 ที่เรียกว่าปกติเพราะเป็นหลักสูตรเก่าแก่ที่สุดและค่าเรียนถูกที่สุดด้วย 555) ดังนั้นสิ่งที่เขียนก็จะเป็นประสบการณ์ตรงจากของตัวเอง ซึ่งถ้าคุณจะนำไปใช้เพื่อสอบเข้าที่อื่นก็แนะนำให้มีการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมหน่อยเนอะ หรือถ้ามีใครที่เรียนที่อื่นแล้วอยากแนะนำเพิ่มเติมตรงไหนยินดีเลยค่ะจะได้ยิ่งเป็นประโยชน์แก่คนที่เข้ามาอ่านเนอะ ^^

 

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า อิอิ หลังจากที่เราทำการกรอกใบสมัครเรียบร้อยแล้วที่นี้เราก็ต้องมาเตรียมตัวให้พร้อมจนถึงวันสอบกันเนอะ ^^ ที่จุฬาฯจะแบ่งการสอบเป็น 2 ภาค คือเช้าเป็นการสอบความรู้กฎหมายทั่วไปซึ่งเป็ฯข้อสอบเหมือนกันทุกคนค่ะ และภาคบ่ายเป็นการสอบความรู้กฎหมายเฉพาะสาขาซึ่งอันนี้ข้อสอบจะออกแยกแต่ละสาขาล่ะ การไปสอบที่จุฬาฯไม่ต้องแปลกใจนะคะถ้าจะได้เจอคำถามที่อ่านแล้วรู้สึกว่า “อะไรวะ ถามอะไรกรูว่ะเนี่ย ???” 555 เพราะมั่นใจได้เลยว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่เป็นแบบนี้เป็นกันทั้งนั้นแหละค่ะ สำคัญคือต้องทำให้ครบ ใจเย็นๆอย่าลนค่อยๆคิด คิดไม่ออกทำไม่ได้จริงๆเอาโจทย์มาเรียงสลับประโยคให้ดูดีขึ้นก็ได้ 5555 แต่อย่าเว้นว่างนะ อ่อ…อย่าตอบแบบแถๆสีข้างเลือดสาดด้วยนะคะแบบนั้นที่นี้ไม่ปลื้ม แถได้แต่ต้องแถแบบมีหลักการทางกฎหมายมารองรับเหตุผลของเรา

 

การเตรียมตัวสอบอันดับแรกเลยคือเมื่อเรารู้ว่าเราเลือกสาขาไหนแล้วก็เปิดดูหลักสูตรของสาขาที่เรียนว่ามีเรียนวิชาอะไรบ้าง วิชาบังคับมีอะไรวิชาเลือกมีอะไร เปิดดูเพื่ออะไรล่ะ ??? เพื่อที่เราจะได้พอเดาแนวทางออกได้ว่าแนวของการเรียนการสอนที่นี้เป็นอย่างไร ซึ่งมันก็จะสะท้อนออกมาเป็นข้อสอบการคัดเลือกคนเข้าไปนั้นเอง นอกจากนี้ยังทำให้เราพอเดาแนวทางในการหาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมได้อีกด้วย ต่อมาในการอ่านหนังสือสิ่งที่อยากให้เน้นคือหลักกฎหมายทั่วไปพวกหลักกฎหมายกว้างๆนั้นแหละพวกนี้จำเป็นต้องรู้สำคัญมาก ถ้าได้เป็ฯภาษาลาตินก็ดีเวลาเขียนตอบก็เท่ดีแสดงถึงความรู้ 555 หลักกฎหมายพวกนี้สำคัญมากสำคัญกว่า ตัวบททั้งหลายอีกแต่ตัวบทพวก พรบ.ทั้งหลายแหล่อันนี้ก็สำคัญนะคะ กฎหมายใหม่ๆประเด็นฮอทๆนี่ที่นี้ชอบมากกกก จำชื่อจำสาเหตุที่มาในการตรากฎหมายมาบ้างก็ดี สุดท้ายข่าวสารบ้านเมืองทั้งหลายที่เกิดขึ้นต้องรู้นะคะถามแน่นอน ยิ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวกับสาขาที่เราจะสอบนี่เตรียมมาให้ดีเลยออกชัวร์ๆ จุฬาฯชอบมากกก อิอิ

 

ทีนี้เมื่อเตรียมตัวทั้งหมดข้างต้นมาหมดแล้วพอถึงวันมาสอบก็พักผ่อนให้เพียงพอนะคะทำใจให้สบายอย่าเครียดชิลๆค่ะ ค่อยๆทำค่อยๆเขียน เขียนไม่ต้องเยอะหรอกเฉลี่ยข้อล่ะหน้าครึ่งก็พอแล้วให้เต็มที่อย่าเกิน 2 หน้า มันเยอะไปคนอ่านเค้าก็ขี้เกียจอ่าน 555 อีกอย่างเขียนเยอะใช้ว่าจะดีมีแต่น้ำมาเพ้อเจ้อพาลจะถูกหักคะแนนเอาอีก 555 เน้นวางหลักจับหลักให้แม่น แสดงความคิดเห็ฯให้เฉียบคมพร้อมวางหลักกฎหมายสนับสนุนน แบบนี้ดีกว่าค่ะ ข้อสอบที่นี้เน้นการแสดงความคิดเห็นและวิสัยทัศน์ของผู้สอบดังนั้นสำแดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารของเราไปเลยให้เต็มที่ 555 ปล่อยของไปให้หมด แต่อย่าเพ้อเจ้อ ขีดเส้นใต้อีกครั้งชัดๆนะคะ “ห้ามเพ้อเจ้อเด็ดขาด !!!!”  การแสดงความคิดเห็นทุกครั้งห้ามคิดเองเออเองแบบลอยๆ แต่ต้องมีหลักกฎหมายมาสนับสนุนในสิ่งที่เราตอบทุกครั้งว่าด้วยเหตุใดทำไมเราถึงคิดแบบนี้ ที่สำคัญอีกอย่างอย่าตื่นข้อสอบใจเย็นๆค่อยๆทำ จำไว้ทุกคนที่นั่งอยู่ก็ทำไม่ได้ทุกข้เหมือนเรานั้นแหละอย่าไปกลัวพยายามตอบไปให้ครบทุกข้อ ที่นี้เป็นการแข่งในการตอบข้อสอบแบบมั่วๆค่ะว่าใครจะมั่วได้ดูดีและมีหลักการที่สุด 5555 จริงๆนะอันนี้ซีเรียสอย่าคิดว่าพูดขำๆนะจ๊ะ ไม่เชื่อดิฉันแล้วจะไปเชื่อใครคะคู๊นนนน อิอิ ข้อสำคัญอีกข้อตอนพักกลางวันอาหารในโรงอาหารใต้ตึกร้านที่ 4 อร่อยนะคะกินได้เลยราคาไม่แพง 555 (ตอนไปสอบยังไม่รู้ร้านไหนเป็ฯยังไงเผลอไปกินร้านนึงสอบตอนบ่ายไปคลื่นไส้ไปสอบเสร็จต้องวิ่งออกมาอาเจียนซะงั้น 555 อาหารการกินก็สำคัญดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ)

 

เมื่อคุณๆผ่านการสอบข้อเขียนมาแล้วก็ต้องมาสอบสัมภาษณ์กัน การสอบสัมภาษณ์ที่จุฬาฯอย่าคิดว่าขำๆแค่ไปคุยกันยังไงก็ได้นะคะ ที่นี้ตอนสอบสัมภาษณ์ก็มีคัดออกนะขอบอกอย่าได้ชะล่าใจไปโดยเฉพาะถ้าเลือกสาขาระหว่างประเทศบอกได้เลยมีขัดออกเสมอในทุกๆครั้ง แล้วอย่าคิดว่าการสอบสัมภาษณ์ไม่มีหลักการนะคะ ตรงนี้ขอพูดหน่อยเหอะ บางที่ไปอ่านเวบ thaijustice แล้วก็หงุดหงิดกะพวกเกรียนๆพาลๆนะ (แต่ก็ชอบเข้าไปอ่านกระทู้ที่ไอ้พวกนี้ตั้งนะฮาดี คลายเครียดได้ดีเลยทีเดียว 5555) จะชอบมีคนมาฟาดงวงฟาดงาว่าที่นี้เอาอะไรมาเป็นเกณฑ์มาตัดสินในการคัดคนออกจากการสัมภาษณ์ (ว่ะ) ก็ไม่อยากจะด่ากลับเนอะว่าถ้าเค้าไม่มีเกณฑ์แล้วเค้าจะคัดออกได้ไงละคะเมิงงง อุ๊ปส์ !!! ขออภัยที่ไม่สุภาพ 555 จะขอยกคำพูดของอาจารย์ข้างในมาสองท่านนะคะอาจไม่เป๊ะแต่ก็ประมาณนี้แหละค่ะ ขอไม่เอ่ยนามดีกว่าเนอะว่าท่านเป็นใคร ท่านแรกบอกว่า “การที่คุณเรียนจบจากที่นี้ไปสิ่งหนึ่งที่จะติดตัวคุณไปคือการเป็นนิติศาสตร์มหาบัณฑิตจากจุฬาฯ คนอื่นเค้าไม่รู้หรอกว่าความจริงคุณเก่งแค่ไหนแต่เค้าก็มักจะคาดหวังในความรู้ของคุณ และต้องมีคนที่เข้ามาถามความคิดเห็ฯจากคุณแน่นอน ดังนั้นอย่างน้อยๆเราก็ต้องการคนที่พูดจาดีพูดจารู้เรื่องสามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้”  ส่วนอีกท่านหนึ่งพูดติดตลกว่า “สอบสัมภาษณ์ที่นี้มีคะแนนมีหลักเกณฑ์นะครับ ไม่ใช่แค่เห็ฯมาสัมภาษณ์แล้วหน้าตาไม่เพลียเราก็จะรับเลย” 5555 แล้วเราก็แอบรู้มาว่ามีเกณฑ์ให้คะแนนจริงๆ (แต่ขอโทษจริงๆที่จำไม่ได้ว่ามีเกณฑ์ชัดๆอย่างไรบ้าง) แล้วอยากบอกว่าพวกที่ผ่านกันเข้ามาได้เนี่ยไม่ใช่คะแนนเยอะกันนะคะแค่ผ่านๆแบบคาบเส้นกันทั้งนั้น 5555

 

แต่จากความเข้าใจของเราสิ่งแรกที่สำคัญคือ

1.เรื่องของบุคลิกภาพ คุณต้องมีบุคลิกภาพที่ดี มีความมั่นใจในตัวเอง(แต่พองาม) แต่ก็สุภาพนอบน้อมอยู่ในที ไม่หยิ่งหรือมีอีโก้ เป็นบุคลิกที่พร้อมจะเปิดรับและเรียนรู้อะไรใหม่ๆไม่ปิดกันตัวเอง

2.เป็นคนพูดจารู้เรื่อง 555 คือพูดจาดีน่าฟัง ไม่พูดจาวกไปวนมามีกระบวนการลำดับความคิดที่ดีในการตอบคำถาม ตอบคำถามได้ตรงประเด็นไม่เยิ้ยเย้อออกนอกเรื่อง

3.มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ทีดีไม่แสดงอาการลนหรือหงุดหงิดไม่พอใจ

4.มีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี

 

ทั้งหมดข้างต้นเป็นสิ่งที่เราพอจะสรุปได้จากประสบการณ์ของตอนเองและคนรอบข้าง การเข้าไปสอบสัมภาษณ์จะโดนเรียกเข้าไปสอบที่ละคนและสอบกับกรรมการประมาณ 4-5 คน อาจมากน้อยกว่านี้นิดหน่อยแต่เฉลี่ยจะเจอกันประมาณนี้ โชคดีก็เจอแค่ 3 โชคร้ายบางคนเจอไป 6 คนเลยก็มี 555 แล้วคำถามแต่ละคำถามจะถูกยิงมาจากแต่ละคนประหนึ่งเราเป็นเป้านิ่ง 555 พอเราตอบไปก็จะถูกทำลายความมั่นใจด้วยคำพูดโต้แย้งและสีหน้าท่าทางของกรรมการผู้สอบ 555 แต่อย่าได้กลัวยิ้มเข้าไว้สู้ตายมาถึงตรงนี้ไม่มีอะไนจะเสียแล้วปล่อยของเต็มที่ 555 กรรมการจะถามเราเยอะมากและมักจะเป็นคำถามที่เราตอบไม่ได้หรอก 555 ก็เค้าไม่ได้ต้องการคำตอบที่ถูกต้องจากเรานี่เค้าต้องการดูไหวพริบของเรา ดูการแก้ไขปัญหา ดูกระบวนการความคิดของเรา ข้อสำคัญคือห้ามตอบว่าไม่รู้แต่ก็ห้ามแถด้วย งงไหม ??? 5555 อ่อยกตัวอย่างของตัวเองแล้วกันโดนถามถึงชื่อและปีของอนุสัญญาฯฉบับหนึ่งซึ่งเราจำไม่ได้จริงๆในตอนนั้นเลยตอบไปว่า “หนูจำไม่ได้จริงๆค่ะว่าชื่อเต็มๆของอนุสัญญาฯฉบับนั้นมีชื่อว่าอะไร แต่ที่มาของมันมาจาก….บลาๆๆๆ ว่าไป…และเนื้อหาข้างในเกี่ยวข้องกับ….และการออกอนุสัญญาฯฉบับนี้ก็มีเพื่อวัตถุประสงค์ในการ….” <<< นึกออกแล้วใช่ไหมว่าห้ามตอบว่าไม่รู้แต่ห้ามแถห้ามมั่วเป็นยังไง อิอิ แต่ถ้าสุดๆจริงๆว่าไม่รู้อาจต้องยอมรับว่าไม่รู้นะคะแต่พยายามหาคำตอบให้ได้ก่อนละกัน ^^

 

การสอบสัมภาษณ์หลักๆจะโดนถามเรื่องหัวข้อในการทำวิทยานิพนธ์ที่เราเขียนมาในใบสมัคร ดังนั้นกรุณาจำให้ได้ด้วยว่าเขียนไปว่าอะไร หลักๆจะโดนถามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นของเรา แต่ก็มีเหมือนกันที่โดนให้คิดสดในห้องสอบ 555 คนโดนก็คือดิฉันเอง 555 เพราะหัวข้อที่เสนอไปกรรมการบอกว่ามีคนทำแล้วกำลังจะสอบจบให้ลองคิดใหม่จากข่าวสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดูสิว่ามีประเด็นไหนที่จะเอามาทำวิทยานิพนธ์ได้บ้าง ??? พอโดนแบบนี้อย่าเพิ่งเปรี้ยวรีบตอบนะคะ 555 นิ่งคิดนิดนึงว่าเราแม่นหลักกฎหมายเรื่องอะไรมากที่สุดและข่าวไหนที่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักกฎหมายนั้น เพราะไม่อย่างนั้นพูดไปมั่วๆโดนกรรมการถามซักมาตอบไม่ได้ก็เสียคะแนนนะคะคุณ 555 แล้วไม่ต้องห่วงกรรมการจะถามซักให้คุณจนมุมจนตอบไม่ได้แต่คุณต้องตอบให้ได้ เค้าจะถามว่าแล้วแบบนั้นล่ะ, ถ้าอย่างนั้นก็เป็นแบบนี้ด้วยสิ ฯลฯ ถ้าไม่เห็นด้วยเถียงเลยค่ะว่าไม่ใช่แต่อย่าก้าวร้าวนะ เถียงแบบแสดงความคิดเห็นไม่ใช่เถียงแบบทะเลาะ คือต้องเจอแน่ๆกรรมการจะต้องถามเพื่อให้เราเถียงนี่แหละไม่ใช่การถามมาตอบไปสวยๆแน่นอน ก็จะเป็นแบบนี้ไปจนกว่ากรรมการจะพอใจจนหมดคำถามนั้นแหละค่ะ เฉลี่ยก็จะโดนกันคนละประมาณ 15-20 นาที เราโดนไปถ้าจำไม่ผิดก็เกือบๆ 20 นาทีเหมือนกันมั้งนานแล้วจำไม่ได้ 555 แต่จำได้ว่าตอนออกมาจากห้องสอบนี่อารมณ์แบบ โอ๊ยยยยยย จะถามอะไรกรูนักหนาเนี่ย ได้ไม่ได้ก็ช่างมันแล้ว ถามจนไม่รู้จะตอบอะไรยังไงแล้วได้แค่นี้แหละจนปัญญา ตอบจนหมดแรง 555 หลังจากนี้ก็กลับบ้านไปรอฟังผลสอบได้เลยค่ะว่าสอบผ่านหรือป่าว อิอิ

 

จบขั้นตอนในการเตรียมตัวเข้าเรียนแล้วเนอะ เดี๋ยวต่อไปจะพูดถึงการเรียนข้างในบ้างแล้วว่าเป็นอย่างไร ^^ มีอะไรสนุกๆเยอะค่ะพอเข้ามาเรียนแล้ว อะไรที่คิดว่าเจอตอนสอบว่าโหดว่ายากแล้วเข้ามายากกว่าอีก มีเสียน้ำตามีดราม่าอย่างกับละครน้ำเน่า 555 มีเรื่องราวประหนึ่งเป็นนักล่าฝันบ้าน AF กันเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังต่อตอนหน้าเนอะ อิอิ

2 thoughts on “ชีวิตนิสิตปริญญาโท(ในแบบของฉัน) ตอนที่ 4 : อยากเขาไปเรียนเตรียมตัวอย่างไรดี ???

  1. May พูดว่า:

    สวัสดีค่ะ วันนี้เพิ่งประกาศ ผล สอบข้อเขียน ป โท นิติ จุฬา นู๋เลือกสาขาเดียวกับพี่เลยค่ะ ผลออกมาสอบผ่าน ตอนนี้ เครียด ละ กังวล เรื่องการสอบสัมภาษณ์มากเลยค่ะ อยากทราบว่าเค้าจะถามอะไรบ้าง เยอะมั้ย ที่แน่ๆคงโดนหัวข้อที่เขียนไป ตามที่พี่บอก รบกวนด้วยน่ะค่ะ

    • missveryhappy พูดว่า:

      ผ่านไปเป็นเดือนเพิ่งเข้ามาดูขอโทษทีนะคะ สอบไปแล้วด้วยเนอะ เป็นยังไงบ้าง พี่อธิบายลักษณะการสอบสัมภาษณ์ไปแล้วก็ประมาณที่พี่เขียนแหละค่ะพอฃ่วยได้บ้างไหม ขอให้โชคดีนะึะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s